[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
นายทุนลักลอบตัดไม้พะยูง ป่าสงวนที่อุบลฯ(2 ก.ย. 2557, 20:30) 'อัลเวส' ตีจากบาร์ซาหลังจบฤดูกาลนี้(2 ก.ย. 2557, 20:30) นายกฯสั่งเคลียร์ 4 หมื่นเรื่องร้องเรียน พร้อมรายงานตรง(2 ก.ย. 2557, 20:30) หนุ่มใหญ่เครียดคว้ามีดแทงตัวเองดับ(2 ก.ย. 2557, 20:10) อัศจรรย์! กุ้งเดินขบวนกลางวัน ที่อุบลราชธานี(2 ก.ย. 2557, 19:53) ไล่ล่า! จับเฮโรอีนอัดแท่ง ยาบ้าอีกเพียบ ค่ากว่า 320 ล้าน(2 ก.ย. 2557, 19:50) วัชระ จี้ สโมสรทางการพิเศษฯ แจงชง 'ธาริต' สรรหา สปช.(2 ก.ย. 2557, 19:35) สธ.เผยผลแล็บผู้เข้าเกณฑ์สอบอีโบลา'ไม่ติดเชื้อ'รอดูอาการต่อ(2 ก.ย. 2557, 19:34) ตั้ง 'ชไวน์สไตเกอร์' กัปตันอินทรีเหล็กคนใหม่(2 ก.ย. 2557, 19:30) โสดแบบสวยๆ 'เมย์' เดินหน้ารับทรัพย์ ไม่ง้อความรัก (2 ก.ย. 2557, 19:15) พาณิชย์ มึนราคาข้าวเปลือกร่วงหนัก จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องถก(2 ก.ย. 2557, 19:15) เซ่นน้ำท่วมพะเยา ชาวบ้านถูกกลืนเข้าท่อดับอนาถ(2 ก.ย. 2557, 19:15) นายกฯ วางฤกษ์ 9 ก.ย.คาด ประเดิมถก ครม.นัดแรก(2 ก.ย. 2557, 19:06) พณ. คืนความสุขคน ตจว. จัดมหกรรมโอทอปลดค่าครองชีพ(2 ก.ย. 2557, 19:00) วอนผู้ใจบุญช่วย 8ขวบป่วยเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก(2 ก.ย. 2557, 19:00) กมธ.งบฯ 58 ส่อล้ม จัดงบโครงการจำนำข้าว(2 ก.ย. 2557, 18:45) เทรนเนอร์'บัวขาว'ได้ประกันตัว คดีอาวุธปืน(2 ก.ย. 2557, 18:38) กรุงเทพประกันชีวิต มอบกรมธรรม์ให้ ส.กรีฑา 81 ล้าน(2 ก.ย. 2557, 18:30) ตร.ตามหาเครื่องเพชรในเก๋งหรูออดี้-มั่นใจได้คืนหมด(2 ก.ย. 2557, 18:25) สหภาพฯ กรุงไทยวิ่งโร่คุยผู้บริหาร จี้แจงสื่อปม พนง.ต้านขายประกัน(2 ก.ย. 2557, 18:23)
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 2 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)
แบบสำรวจ

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก
  
ประวัติวัดศรีนวล ขอนแก่น  
 

ประวัติวัดศรีนวล
ถนนกลังเมือง   ตำบลในเมือง   อำเภอเมืองขอนแก่น  จังหวัดขอนแก่น


               วัดศรีนวล เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๔๔๑  บ้านพระลับ ถนนหลังเมือง ตำบลในเมือง  อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น พื้นที่วัดคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ ๔๘๕๙             ตารางวา หรือ ๑๒ ไร่ – ๕๙           วา  โฉนดที่  ๒๑๒๕  เล่มที่ ๒๒  หน้า ๒๕ หมายเลขที่ดิน  ๔๖  หน้าสำรวจ ๓๔
ออกให้เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๐๗  นายสมชาย กลิ่นแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายอุดม เล็กแข็ง  เจ้าพนักงานที่ดิน
วัดศรีนวล ตามทะเบียนข้อมูลอยู่ที่จังหวัด ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๕ เดิมเรียกว่า  “วัดใน”  เพราะตั้งอยู่ส่วนกลางของหมู่บ้านพระลับ เป็นคู่กับ
วัดศรีจันทร์ ซึ่งเดิมเรียกว่า “วัดนอก” เพราะตั้งอยู่ส่วนนอกของหมู่บ้านพระลับ ตั้งทีหลังวัดศรีนวล ต่อมา จึงได้ชื่อเป็นทางการว่า “วัดศรีนวล”
วัดศรีนวล ได้รับรพระราชทานวิสุงคามสีมา อุโบสถหลังเก่า เมื่อวัน เดือน ปี เท่าไร ไม่สามารถค้นหาหลักฐานที่เป็นเอกสารได้ แต่ปรากฏมีตัวอักษรที่จารึกไว้หน้าแท่นพระประธานว่า “สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐” ระหว่าง พระญาคูผาง  ผคฺโค เป็นเจ้าอาวาส ส่วนอุโบสถหลังใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๑๒

อาณาเขต
ทิศเหนือ ประมาณ  ๔  เส้น  ๓  วา  จดที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๙,๓๐,๓๑,๓๓,๔๕ และถนนสาธารณะส่วนหนึ่ง
ทิศใต้  ประมาณ ๔ เส้น ๔ วา  จดถนนรอบเมือง
ทิศตะวันออก ประมาณ ๒ เส้น ๖ วา จดที่ดินที่มีการครอบครอง และถนนรอบเมือง
ทิศตะวันตก ประมาณ ๒ เส้น ๔ วา จดถนนหลังเมือง (เดิมเป็นถนนศรีนวล)

การแบ่งเขตพื้นที่ภายในวัด
               เขตพุทธาวาส ที่พระราชทานวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร  โรงอุโบสถ กว้าง ๙.๒๙ เมตร ยาว ๑๙.๑๙ เมตร ส่วนภายในกำแพงแก้ว กว้าง ๒๗.๑๕ เมตร ยาว ๔๘.๒๕ เมตร
               เขตสังฆาวาส ที่พักอาศัยของพระภิกษุสามเณรและศิษย์วัด มีกุฏิ จำนวน ๑๔ หลัง ตั้งเป็นแถวเรียงรายอย่างเป็นระเบียบด้านทิศเหนือ และทิศใต้ของศาลาหลวงปู่พระราชสารธรรมมุนี
เขตบำเพ็ญบุญกุศล ศาลาหลวงปู่ พระราชสารธรรมมุนี อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ลักษณะทรงไทย หลังคามุงกระเบื้องสุโขทัย (ทรงใบโพธิ์) ขนาดรวมทั้งปริมณฑล กว้าง ๒๔.๕๐ เมตร ยาว ๔๘.๕๐ เมตร
               เขตกรรมฐาน มีที่สำหรับฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานโดยมีพระวิปัสสนาจารย์ของวัด ให้การฝึกอบรมเป็นประจำทุกวันธรรมสวนะ วันเสาร์และวันอาทิตย์ตลอดปี
               เขตสถานศึกษา  มีอาคารเรียน ๒ หลัง และห้องสมุด ๑ หลัง ขนาดรวมทั้งปริมณฑล อาคาร ๑ รวมห้องสมุดด้วย กว้างประมาณ ๒๕.๐๐ เมตร ยาวประมาณ ๖๔.๐๐ เมตร อาคาร ๒ กว้างประมาณ ๒๕.๐๐ เมตร ยาวประมาณ ๕๙.๐๐ เมตร
               เขตฌาปนสถาน   (เขตเมรุ)  เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ มีศาลาบำเพ็ญกุศลศพ  ๒  หลัง ศาลารับแขก ๔ หลัง อาคารเก็บสิ่งของ และเครื่องครุภัณฑ์  ๑  หลัง ห้องสุขา ๑ หลัง  ๕  ห้อง


การบริหารและการปกครองในอดีต
              วัดศรีนวล มีเจ้าอาวาสปกครองดูแลสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ได้สืบถามและสอบถามจากหลาย ๆ ฝ่ายหลายระดับ ผู้ให้ข้อมูลใกล้เคียงกันที่น่าเชื่อถือได้ มี ๒ ท่าน คือ
๑.  คุณตาศรีบู  โสภาราษฎร์     ๒.  คุณตานาค  รัตนจันท
โดยได้ข้อสรุปลำดับเจ้าอาวาส วัดศรีนวล ดังนี้
๑.  พระญาคูหลักคำ ประมาณ พ.ศ.  ๒๓๔๕ - ๒๓๖๙
๒.  พระญาคูทิ  ประมาณ พ.ศ.  ๒๓๗๐ - ๒๓๘๕
๓.  พระญาคูพันธ์ ประมาณ พ.ศ.  ๒๓๘๖ - ๒๔๐๔
๔.  พระญาคูปาน ประมาณ พ.ศ.  ๒๔๐๕ - ๒๔๒๐
๕.  พระญาคูลูกแก้ว ประมาณ พ.ศ.  ๒๔๒๑ - ๒๔๓๗
๖.  พระญาคูผาง  ผคฺโค  (หลวงปู่ผาง) ประมาณ
        พ.ศ.  ๒๔๓๘ - ๒๔๗๘ 
๗.  พระราชสารธรรมมุนี (ปภัสสรมหาเถระ)
        พ.ศ. ๒๔๗๙ - ๒๕๒๔
๘.  พระกิตติญาณโสภณ (บัวผัน ปคุณธมฺโม ป.ธ.๘ ปริญญาดุษดี
                    บัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากประเทศศรีลังกา)
        ๑  ก.ค. ๒๕๒๔  ถึง ปัจจุบัน

การบริหารการปกครองในปัจจุบัน
            วัดศรีนวล   ปัจจุบันนี้ มี พระกิตติญาณโสภณ เป็นเจ้าอาวาส ใช้หลักการปกครองโดยอยู่ร่วมกัน แบบพ่อลูก แบบพี่น้อง ต่างฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่เกื้อกูลกันตามหลักภราดรภาพถ้ามีปัญหาก็ช่วยกันแก้ มีพระภิกษุสามเณรและศิษย์วัดปีละไม่น้อย ๔๕๐ รูป/คน ก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสงบสุข ตามควรแก่อัตภาพ โดยยึดหลักการกระจายอำนาจหน้าที่ให้ช่วยกันรับผิดชอบตามวิธีการปกครองระบอบประชาธิปไตย วัดศรีนวล มีพระสังฆาธิการ  ดังนี้
     เจ้าอาวาส  ๑  รูป  รองเจ้าอาวาส  ๑  รูป  ผู้ช่วยเจ้าอาวาส  ๕  รูป  ได้แบ่งงานให้ช่วยกันบริหารตามงานของคณะสงฆ์  ๖  ฝ่าย  คือ
๑.  ฝ่ายปกครอง  ๒.  ฝ่ายศาสนศึกษา
๓.  ฝ่ายเผยแผ่   ๔.  ฝ่ายสาธารณูปการ
๕.  ฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์ ๖.  ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์
                      และการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา (ม.๓ – ม.๖)
ได้กระจายอำนาจหน้าที่ไปให้องค์กรต่าง ๆ ที่ทางวัดได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ปกครองดูแลกันเอง  โดย….
พระภิกษุ   ปีละไม่น้อยกว่า  ๕๐  รูป  มีคณะกรรมการบริหารวัดโดยแต่งตั้งพระผู้มีความรู้คู่คุณธรรมและมีความสามารถ พรรษา  ๕  ขึ้นไปให้เป็นหัวหน้ากุฎิดูแลรับผิดชอบพระภิกษุสามเณรและศิษย์วัดในคณะของตน  และให้มีผู้ช่วยหัวหน้าคณะทั้งเป็นพระภิกษุและสามเณรด้วย
สามเณร   ปีละไม่น้อยกว่า  ๓๗๐  รูป  มีสภาสามเณรวัดศรีนวลเป็นองค์กรที่ทางวัดจัดตั้งขึ้นเพื่อให้สามเณรปกครองดูแลรับผิดชอบกันเอง ด้วยความเห็นชอบเจ้าอาวาสและคณะกรรมการบริหารวัด มีคณะกรรมการบริหารสภาอย่างน้อย ๓๕ รูป อย่างมากไม่เกิน ๔๕ รูป จัดให้มีการเลือกตั้งตำแหน่งประธานสภา หัวหน้ากลุ่มวาทศิลป์ และตำแหน่งเลขาธิการสภา โดยวิธีการเข้าคูหากาบัตรตามระบอบประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือ สามเณรในวัดศรีนวลทั้งหมด ซึ่งเป็นสมาชิกของสภา คณะกรรมการบริหารสภาจะสิ้นสุดหน้าที่ในวันวิสาขบูชา ของแต่ละปี
ศิษย์วัด ปีละไม่น้อยกว่า ๓๕ คน มีองค์กรสำหรับปกครองดูแลรับผิดชอบกันเอง คือ สมาพันธ์ศิษย์วัดศรีนวล โดยมีวิธีเลือกตั้งกรรมการบริหารเหมือนกับสภาสามเณรเกือบทั้งหมด
วัดศรีนวล ได้ใช้หลักการปกครองตามนโยบาย ๔ ส. ดังนี้
  ส่งเสริม = อนุรักษ์นิยม
  สร้างสรรค์ = ระดมพัฒนา
  เสียสละ = ประชาสงเคราะห์
  สามัคคี  = สร้างเกราะคุ้มกัน
โดยยึดหลักอุดมการณ์ชีวิต ๓ ย. (เป้าหมายอันสูงส่งของชีวิต) สำหรับใช้ปลูกฝังเป็นคุณธรรม เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้อยู่ร่วมกัน คือ (หยิ่ง, ยิ่ง, เยี่ยม)
หยิ่ง ในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ =     สีลภาวิต (ศีล)
ยิ่ง ด้วยคุณธรรม =    จิตมั่นคง (สมาธิ)
   เยี่ยม ด้วยคุณภาพ =    ทรงวิชชา (ปัญญา)

การศาสนศึกษา
พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็นสำนักศาสนศึกษา เปิดสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่นักธรรมชั้นตรีถึงนักธรรมชั้นเอกอย่างเป็นพิธีการเป็นครั้งแรก โดยมี พระครูพิเศษสารคุณ ในสมัยนั้น (พระราชสารธรรมมุนี) เป็นเจ้าอาวาส
พ.ศ. ๒๔๘๔  เปิดสอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลีตั้งแต่ชั้นบาลีไวยากรณ์ถึง ป.ธ.๕ เป็นพิธีการครั้งแรก โดยมีพระสารธรรมมุนี (พระราชสารธรรมมุนี) เป็นเจ้าอาวาส
ปัจจุบันนี้ พระภิกษุสามเณรที่มาพักอาศัยเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมในวัดศรีนวลมีจำนวนมากปีละไม่น้อยกว่า ๔๐๐ รูป การจัดการศึกษาด้านนี้จึงต้องเพิ่มภาระมากขึ้นตามสถานการณ์ ทางวัดได้เปิดสอน แผนกธรรมทุกชั้น และแผนกบาลีถึง ประโยค ป.ธ.๖ โดยมี พระกิตติญาณโสภณ 
(บัวผัน ป.ธ.๘) เป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าสำนักเรียน

การศึกษาสงเคราะห์
                    วัดศรีนวล ได้จัดตั้งโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นอันดับที่ ๖๑ ของประเทศ สังกัดกรมการศาสนา     กระทรวงศึกษา-
ธิการ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยการอุปถัมภ์ของ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์และพุทธสมาคมขอนแก่น เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ (สัตตาหศึกษา) รับนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ มีโรงเรียนและผู้ปกครองส่งนักเรียนและบุตรหลานของตนเข้าศึกษาอบรมปีละประมาณ ๕๐๐ - ๗๐๐ คน โดยเน้นการฝึกอบรมด้านต่าง ๆ  ดังนี้
ภาควิชาการ นอกจากสอนตามหลักสูตรของกรมการศาสนาแล้ว ยังได้เสริมทักษะวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร์ทุกระดับ สำหรับมัธยมศึกษาตอนปลายได้เพิ่มวิชาภาษาบาลีไวยากรณ์ให้ด้วย
ภาคปฏิบัติ ได้ฝึกอบรมนักเรียน เน้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของไทย สามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และได้นำนักเรียนฝึกวิธีเจริญสมาธิเป็นประจำเพื่อให้ได้ผลในทางปฏิบัติเป็นหลัก
ภาคกิจกรรม ได้จัดตั้งกลุ่มวาทศิลป์ขึ้น เพื่อฝึกอบรมนักเรียน เสริมทักษะและ ประสบการณ์ด้านการใช้วาทศิลป์ด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยเน้นการบรรยายหัวข้อธรรมะ เป็นสำคัญ

เกียรติประวัติของศูนย์ ฯ
พ.ศ. ๒๕๒๙  ได้รับเข็มกลัดทองจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรและบัตรเกีรติคุณ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งทางราชการจัดขึ้น
พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้รับโล่เกียรติคุณ จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะจัดงานวันแม่ได้ดีเด่น โดยศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้แทนประกอบพิธีมอบ ณ ห้องโชว์รูม
โรงแรมโฆษะขอนแก่น
พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับโล่เกียรติยศ จากกรมการศาสนากระทรวงศึกษา-
ธิการ  ในฐานะดำเนินกิจการของศูนย์ ฯ ได้ดีเด่นโดยต่อเนื่องตลอดมา

การศึกษาพระปริยัติธรรม  แผนกสามัญศึกษา
                    วัดศรีนวล นอกจากจะจัดการด้านศาสนศึกษา และการศึกษาสงเคราะห์ตามนโยบายของทางคณะสงฆ์แล้ว ทางคณะกรรมการการศึกษาของวัด ยังเปิดทางให้เยาวชน กุลบุตรในชนบทผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ได้บวชเข้ามาศึกษาเล่าเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไปโดยไม่จำกัด ทั้งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีด้วย จึงได้เปิดโรงเรียนแผนกสามัญศึกษาขึ้นเรียนควบคู่กันไปกับแผนกธรรม – บาลี โดย….เมื่อ
พ.ศ. ๒๕๑๔ เปิดดำเนินโรงเรียนผู้ใหญ่ระดับ ๔ (ม.๓) สำหรับพระภิกษุสามเณร สังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๒๕ เปิดดำเนินการโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สำหรับพระภิกษุสามเณร สังกัดกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ โดยชื่อว่า “โรงเรียนประภัสสรวิทยา วัดศรี-นวล”
พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้ขยายชั้นเรียนขึ้นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับโล่เกียรติคุณ ในฐานะโรงเรียนนำร่องดีเด่น จากกระทรวงศึกษาธิการ ไปรับที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพ ฯ โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงประทานโล่เกียรติคุณ
ปีการศึกษา ๒๕๔๓ มีนักเรียน (พระเณร) ทั้งหมด ๑,๔๗๒ รูป

การเผยแผ่
พ.ศ. ๒๕๒๖ วัดศรีนวล ได้จัดตั้งศูนย์เผยแผ่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้จดทะเบียนเป็นศูนย์เผยแผ่ที่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ
ได้ฝึกอบรมพระภิกษุสามเณรผู้สนใจในการเผยแผ่ทุกรูปแบบ ทั้งวิธีธรรมกถึก (พระนักเทศน์) การบรรยาย อภิปราย ปาฐกถา และโต้วาที เป็นต้น แล้วส่งออกไปทำการเผยแผ่ตามโครงการธรรมถึงคน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง โดยแบ่งงานออกเป็น ๒ ประเภท คือ
๑. หน่วยธรรมนิเทศ ดำเนินการโดยพระภิกษุ กลุ่มเป้าหมาย พระภิกษุสามเณร ข้าราชการ ประชาชนทั่วไป นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และนักศึกษาระดับอุดมศึกษา
๒. กลุ่มวาทศิลป์ ดำเนินการโดยคณะสามเณรเพื่อให้สามเณรได้แข่งขันกันทำความดีจากการเผยแผ่ จึงได้แบ่งงานออกเป็น ๖ คณะ คือ
๑. มธุรพาที  ๒. วจีสุนทร  ๓. อมรสุพจน์
๔. ปิยรสวาจา  ๕. ภาษาวิรุฬหิ์  ๖. อดุลยเมธี
กลุ่มเป้าหมาย โรงเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น เยาวชน และประชาชนทั่วไป
ในการออกเผยแผ่ ได้รับความร่วมมือจากทางวัด บ้าน หน่วยราชการ และสถาบันการศึกษาทุกแห่งเป็นอย่างดีตลอดมา

การสาธาณูปการ
                วัดศรีนวล ได้รับการปรับปรุงและพัฒนามาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นวัดที่เคยเป็นที่สถิตย์อยู่ของอดีตเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ในย่านชุมชนหนาแน่น มีพระภิกษุสามเณรมาอาศัยเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นจำนวนมากกว่าทุกวัดในจังหวัดขอนแก่น

พ.ศ. ๒๕๐๗ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ยกวัดศรีนวลขึ้นเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง โดยทางกรมการศาสนาได้จัดทำแผนผังวัดในส่วน
ต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ตามแผนพัฒนาวัด

ปูชนียวัตถุที่เก่าแก่และสำคัญ
                         พระพุทธประธาน ในอุโบสถหลังเก่า เจ้าอาวาสวัดศรีนวล (พระกิตติญาณโสภณ) ถวายนามว่า พระพุทธผัคครังสยานุสรณ์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ ขนาดหน้าตัก กว้าง ๑.๕๖ ซ.ม. สูง ๒..๔๐ ซ.ม.
พระพุทธิสิทธิชัย ได้มาจากอำเภอตาลี จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยมีคฤหัสถ์ชาย – หญิง นำมาถวาย เป็นพระราชสารธรรมมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีนวล ถวายนามว่า พระพุทธสิทธิชัย ขณะนี้ประดิษฐานอยู่บนชุกชีในอุโบสถหลังเดิม
พระพุทธสิทธิเดช ได้จากบ้านเมืองเก่าเมื่อเก่า อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับหลักเมืองขอนแก่น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ โดย พระราชสารธรรมมุนี เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ในระหว่างนั้น ได้ออกตรวจการคณะสงฆ์ ร่วมกับหลวงธุรนัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ออกตรวจราชการได้มาเฉพาะองค์พระ ไม่มีเศียร อดีตเจ้าอาวาสขอให้นายธรรมนูญ  เสนาสุ  ครูศิลป์ ร.ร.กัลยาณวัตร หล่อเศียรถวาย ขนาดหน้าตักกว้าง ๗๐ ซ.ม. สูง ๙๖ ซ.ม. อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีนวล ถวายพระนามว่า พระพุทธสิทธิเดช ขณะนี้ ประดิษฐานอยู่บนแท่นพระประธาน (ชุกชี) ในอุโบสถหลังเดิม

เสนาสนะในวัด
                    นับแต่วัดศรีนวล ได้รับยกฐานะขึ้นเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเป็นต้นมา ทางวัดได้ปรับปรุงเสนาสนะที่พอจะใช้ประโยชน์ได้ให้ดีขึ้นเพื่อใช้ทำประโยนชน์ต่อไป ส่วนที่มีสภาพชำรุดมากไม่สามารถจะใช้ประโยชน์ต่อไปได้ ก็ถูกรื้อถอนแล้วสร้างใหม่แทน เช่น อุโบสถ เป็นต้น
อุโบสถหลังเก่า ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและสร้างตั้งแต่เมื่อใดไม่สามารถค้นหาหลักฐานที่เป็นเอกสารได้ แต่มีหลักฐานที่เป็นตัวอักษรปรากฏที่ฐานหน้าพระประธานว่า สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ ระหว่างพระญาคูผาง  ผคฺโค เป็นเจ้าอาวาส และการปรับปรุงแท่นพระประธาน (ชุกชี) มีข้อความจารึกที่หินอ่อนหน้าแท่นว่า
พ.ศ. ๒๔๗๘ นายจ่างฮ่งเส็ง นางโค้รากุ่ยลวง ร้านเฮงเคี่ยงเส็ง ได้บริจาคทรัพย์สร้างเพิ่มเติมอุโบสถวัดศรีนวล ให้แก่บิดามารดาลูกหลานเผื่อข้างหน้า อายุ วรรณะ สุขะ พละ วันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน ๒๔๗๘
ส่วนอุโบสถหลังใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๑๒
มีพระประธานสำเร็จด้วยปูนปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๑.๖๓ เมตร สูง ๒.๓๙ เมตร ประดิษฐานอยู่แท่นมีป้ายระบุ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ แต่โรงอุโบสถได้ถูกรื้อแล้ว สร้างอาคารชั่วคราวกั้นเอาไว้แทน
อุโบสถหลังใหม่ คอนกรีตเสริมเหล็ก สร้าง ณ พื้นที่ข้างหน้า (ตะวันออก) ของหลังเก่า ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร โรงอุโบสถ กว้าง ๙.๒๙ เมตร ยาว ๑๙.๑๙ เมตร กำแพงแก้ว กว้าง ๒๗.๑๙ เมตร ยาว ๔๘.๒๙ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ สิ้นค่าก่อสร้าง จำนวน ๒,๘๖๓,๙๙๙ บาท (สองล้านแปดแสนหกหมื่นสามพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน)
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์มาเป็นองค์ประธานตัดลูกนิมิตรเอก ในพิธีฉลองพัทธสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๑ เวลา ๑๔.๑๙ น. โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสนมหาเถร) เสด็จเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์

เสนาสนะภายในเขตวิสุงคามสีมา
          ๑. หอกลองใหญ่ (กลองเพล) หลังคาทรงไทยมุงกระเบื้องสุโขทัย (ทรงใบโพธิ์) ๔ หลัง ขนาดกว้างยาวหลังละ ๒.๐๐  ๓.๕๐ เมตร ตั้งอยู่ ณ ๔ มุม ข้างในของกำแพงแก้ว ค่าก่อสร้างหลัง ๕๕,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
กลองใหญ่ (กลองเพล) ไม้ประดู่ ๔ ใบ ขนาด กว้าง ยาว ใบละ
๑.๑๒  ๒.๑๙ เมตร ราคาใบละ ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)
หอระฆัง คอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงจตุรมุข ๑ หลัง อยู่นอกกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออก มุมทิศเหนือ ราคาก่อสร้างทั้งสิ้นจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท
วิหาร เป็นอาคารชั้นเดียว ๓ ห้อง ขนาดกว้าง ๗.๐๐ เมตร ยาว ๑๒.๐๐ เมตร หลังคาทรงไทยมุงกระเบื้องสุโขทัย (ทรงใบโพธิ์) หน้าบรรรณ   นพมุข ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของอุโบสถ และด้านทิศตะวันตกของศาลาหลวงปู่พระราชสารธรรมมุนี เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดต่าง ๆ โดยมีชื่อตามนามของผู้เป็นเจ้าภาพก่อสร้างว่า “วิหารศิลา – หล้าเหลือง ดีราษฎร์วิเศษ” สิ้นค่าก่อสร้าง จำนวน ๑,๒๙๙,๗๙๙ บาท (หนึ่งล้านสองแสนเก้าหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน)

สิ่งก่อสร้างนอกเขตวิสุงคามสีมา
                 กฏิสงฆ์ สถานที่พักอาศัยของพระภิกษุสามเณรและศิษย์วัด มีกุฏิอยู่ จำนวน ๑๓ หลัง ขนาด ๒ ชั้นทุกหลัง ดังนี้
- กฏิตึกคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทยมุงกระเบื้องจำนวน ๕  หลัง
- กุฏิครึ่งตึกครึ่งไม้ จำนวน ๘ หลัง
ศาลาหลวงปู่พระราชสารธรรมมุนี (ศาลาการเปรียญ) เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทยตรีมุข มุงกระเบื้องสุโขทัย (ทรงใบโพธิ์) ๒ ชั้น โดยชั้นล่าง ใช้เป็นที่บำเพ็ญบุญกุศลสาธารณะ ชั้นบน ใช้เป็นสถานที่ประชุมทั่วไป โดยชื่อว่า “หอประชุมกาญจนาภิเษก ๓๙” และใช้เป็นที่พักสำหรับนักจาริกแสวงบุญจากภาคต่าง ๆ ขนาดกว้าง ๑๘.๐๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร มีห้องสุขาต่ออีก ๔ เมตร ในตัวอาคารมีห้องต่าง ๆ ดังนี้
ชั้นล่าง   - ห้องเสียง   ๑  ห้อง
   - ห้องพักของผู้ดูแลรักษา  ๑  ห้อง
   - ห้องเก็บเครื่องครุภัณฑ์  ๒  ห้อง
   - ห้องสุขา   ๙  ห้อง

ชั้นบน  - ห้องเสียงลอย   ๑  ห้อง
   - ห้องพักผู้ดูแลรักษา  ๑  ห้อง
   - ห้องเก็บเครื่องครุภัณฑ์  ๑  ห้อง
   - ห้องสุขา   ๗  ห้อง
อาคารเรียน สถานที่สำหรับใช้เป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุสามเณร ทั้งผู้ที่อยู่ภายในวัดศรีนวล และผู้ที่มาจากวัดอื่น ๆ รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๑ พันรูป มีอาคาร ๒ หลัง
อาคาร ๑ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่ ขนาดกว้าง ๑๖.๐๐ เมตร ยาว ๔๖.๐๐ เมตร มี ๘ ห้องเรียน สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ และในตัวอาคารมีห้องต่าง ๆ อีก ดังนี้
  -  ห้องพักครู  ๑  ห้อง
  -  ห้องวิทยาศาสตร์ ๑  ห้อง
  -  ห้องโสตทัศนศึกษา ๑  ห้อง
  -  ห้องคอมพิวเตอร์ ๑  ห้อง
  -  ห้องพักอาศัยของพระภิกษุสามเณรชั้นละ  ๑  ห้อง
  -  ห้องสุขา  ๗  ห้อง
อาคาร ๒  เป็นอาคารก่อด้วยอิฐถือปูน ชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่ ขนาด ๑๑ ห้องเรียน สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑ ภายในอาคารมีห้องต่าง ๆ ดังนี้
  -  ห้องพักครู    ๑  ห้อง
  -  ห้องสุขา    ๕  ห้อง
  -  ห้องเก็บเครื่องครุภัณฑ์   ๑  ห้อง

ต้นพระศรีมหาโพธิ์
                    เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ ร.ท.จารุบุตร  เรืองสุวรรณ อดีต ส.ส. จังหวัดขอนแก่น และประธานรัฐสภา พร้อมกับ นายสวัสดิ์  พึ่งตน อดีต ส.ส. จังหวัดขอนแก่น ได้อัญเชิญไม้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากประเทศอินเดียมาประกอบพิธีปลูกที่วัดศรีนวล ซึ่งมีพระสารธรรมมุนี เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น ส่วนฝ่ายบ้านเมืองมี หลวงธุรนัยพินิจ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ ข้าราชการ และสาธุชนทั่วไปมาร่วมเป็นเกียรติในพิธีเป็นจำนวนมาก
ห้องสมุด  เป็นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน หลังคามุงสังกะสี ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๔ เมตร แบ่งเป็นห้องทะเบียน ๑ ห้อง ด้านหลังห้องสมุดมีห้องพัก เจ้าหน้าที่และห้องทะเบียน ๒ ห้อง   ห้องสุขาสาธารณะ  ๕  ห้อง
ห้องครัววัด เป็นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูนหลังคามุงกระเบื้องลอนเล็ก หน้าบรรณตรีมุข ขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเสร็จและใช้ประโยชน์ได้ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑ สิ้นค่าก่อสร้างทั้งหมด จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาทถ้วน)

เสนาสนะในเขตฌาปนสถาน
                     ศาลาบำเพ็ญบุญกุศลศพอาคาร ๑ เป็นอาคารไม้หลังคามุงกระเบื้องลอนเล็กพื้นคอนกรีต เสริมเหล็ก ขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ บูรณปฏิสังขรณ์มา ๒ ครั้งแล้ว ปัจจุบันนี้ ยังมีสภาพใช้การได้ดี
ศาลาบำเพ็ญบุญกุศลศพอาคาร ๒ เป็นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่ พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕
                    ศาลาคุตตรานนท์ ๑, ๒ เป็นอาคารโล่ง หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่ทั้ง ๒ หลัง พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง ๐๕.๐๐ เมตร ยาว ๑๖ เมตร อีกหลังหนึ่งกว้าง ๐๕.๐๐ เมตร ยาว ๑๐.๐๐ เมตร
ศาลาโชติกร เป็นอาคารโล่ง หลังคามุงกระเบื้องลอนเล็ก พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๐๖.๐๐ เมตร ยาว ๑๒.๐๐ เมตร
ศาลาประเวศศึกษากร เป็นอาคารโล่ง หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่ พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง ๐๕.๐๐ เมตร ยาว ๐๘.๐๐ เมตร
ห้องเก็บของ เป็นอาคารชั้นเดียวอิฐถือปูน หลังคามุงสังกะสี ขนาดกว้าง ๐๔.๐๐ เมตร ยาว ๐๘.๐๐ เมตร ใช้สำหรับเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับเมรุ
                     ห้องครัวเมรุ เป็นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน หลังคามุงสังกะสี ขนาดกว้าง ๐๓.๐๐ เมตร ยาว ๐๕.๐๐ เมตร
ห้องสุขา เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้อง ๑ หลัง ๕ ห้อง
หอถังน้ำบาดาล ประชากรในวัดเกือบ ๕๐๐ ชีวิต ใช้น้ำประปา เป็นน้ำดื่ม น้ำบาดาล เป็นน้ำใช้ประเภทอื่น ๆ โดยทางวัดได้เจาะน้ำบาดาล ๒ แห่ง ใช้เครื่องปั้มจ่ายไปใช้ตามกุฏิต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
การใช้จ่ายค่าน้ำประปาตกเดือนละไม่ต่ำกว่า ๒ หมื่นบาท โดยมีหม้อมีเตอร์ประจำกุฏิคณะต่าง ๆ ผู้อยู่ในคณะนั้น ๆ เฉลี่ยกันออกค่าใช้จ่าย
ไฟฟ้า การใช้ไฟฟ้าภายในวัดจัดอยู่ในเกณฑ์สะดวกพอสมควร ทางวัดได้ติดตั้งไว้ประจำตามกุฏิคณะต่าง ๆ พร้อมทั้งหน่วยงานของวัด เช่น ที่เมรุ โรงเรียน ศาลา เป็นต้น แห่งละ ๑ จุด เพื่อให้พระภิกษุสามเณรและศิษย์วัดในคณะนั้นเฉลี่ยกันออกใช้จ่าย ซึ่งตกเดือนละไม่น้อย ๒ หมื่น ๗ พันบาท

ถนนภายในวัด ภายในวัดศรีนวล มีถนนคอนกรีตที่เป็นสายหลัก ๔ สาย ตัดตามแนวของทิศทั้ง ๔ ดังนี้

การปลูกต้นไม้ให้เป็นสถานที่รื่นรมย์

ตามข้างถนนสายประชาสาทร – ประภัสสรสถิตย์ได้ปลูกต้นไม้ร่มและไม้ประดับคนละแถวกันตลอดสายที่ข้างหน้ากุฏิแต่ละคณะก็ได้ปลูกต้นไม้ร่มและไม้ประดับ ณ ที่อันควรทุกกุฏิ
วัดศรีนวล มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒ ไร่เศษ มีกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก เชื่อมโยงติดต่อกันตามแนวแผนผังวัดโดยรอบและมีซุ้มประตูคอนกรีตเสริมเหล็ก ๔ ซุ้ม ใน ๔ ทิศด้วย

การสาธารณสงเคราะห์
                 วัดศรีนวล ได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเป็นอเนกประการ ทั้งในยามปกติและในยามเกิดอุบัติภัยต่าง ๆ เช่น อุทกภัย วาตภัย และอัคคีภัย เป็นต้น ทั้งในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่น ๆ โดยเป็นศูนย์กลางประกาศเชิญชวนสาธุชนให้บริจาคเครื่องอุปโภค บริโภค และปัจจัย แล้วรวบรวมไปช่วยเหลือตามโอกาส ทั้งได้ช่วยรณรงค์ในการพัฒนา และการแก้ปัญหาสังคม เช่น การปลูกป่า การแก้ปัญหายาเสพย์ติด สำหรับเด็กและเยาวชน เป็นต้น ซึ่งมีข้อมูลที่ควรทราบ ดังนี้
๑.   เคยเป็นสถานที่ดื่มน้ำพิพัฒนสัตยาของทางราชการทุกครั้งที่มี
การสู้รบ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ เป็นต้นมา
๒. เป็นที่พำนักของ พระราชสารธรรมมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๔ รวมเป็นเวลา ๖๖ ปี
๓.   เป็นสถานที่สอบธรรม – บาลีสนามหลวงของคณะสงฆ์จังหวัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
๔.   เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานพุทธสมาคมขอนแก่น ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๙
ถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๔๔ ปี
๕. เป็นสถานที่ตั้งมูลนิธิเพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๙ ถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๔๔ ปี
๖.  พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นสถานที่พักของคณะกรรมการพุทธสมาคมทั่วประเทศ ในการประชุมพุทธสมาคมทั่วประเทศครั้งที่ ๑๒ ที่จังหวัดขอนแก่น ในฐานะพุทธสมาคมขอนแก่นเป็นเจ้าภาพ
๗.  พ.ศ. ๑๕๑๔ เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ระดับ ๔ สำหรับพระภิกษุสามเณร ถึง พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นเวลา ๑๑ ปี
๘.     พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นสถานที่ฝึกอบรมสามเณรในภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ ๑๗ จังหวัด จำนวน ๕๐๐ รูป โดยขอความช่วยเหลือจากเจ้าคณะจังหวัดคัดเลือกสามเณรผู้มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จังหวัดละ ๑๕ รูป และในจังหวัดขอนแก่นทุกอำเภอ รวมทั้งหมดจำนวน ๕๐๐ รูป เข้าฝึกอบรมตามหลักสูตรในโครงการพัฒนาและส่งเสริมบทบาทของสามเณรทื่มีต่อสังคม เป็นเวลา ๕ วัน
๙.   พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นสถานที่ตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (สัตตาหศึกษา) จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๒๖ ปี
๑๐. พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นสถานที่ประชุมระดับผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ทั่วประเทศ จำนวน ๒๕๐ รูป/คน จัดโดยกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นเวลา ๓ วัน
๑๑. พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นสถานที่ประชุมระดับผู้บริหารโรงเรียนการศึกษาผู้ใหญ่สำหรับพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศ จำนวน ๑๕๐ รูป/คน จัดโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน เป็นเวลา ๓ วัน
๑๒. พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนประภัสสรวิทยา (ร.ร.พระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา (ม.๓ – ๖) สำหรับพระภิกษุสามเณร เรียนควบคู่กันไปกับแผนกธรรม - บาลี) ถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๑๘ ปี
๑๓.  พ.ศ. ๒๕๒๕ จัดให้มีพิธีบวชเนกขัมมจารี เนกขัมมจารินี จำนวน ๒๙๙ คน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ในพระบรมราชจักรีวงศ์ เนื่องในอภิลักขิตสมัยฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี เป็นเวลา ๙ วัน
๑๔.  พ.ศ. ๒๕๒๘ โรงเรียนประภัสสรวิทยา วัดศรีนวล นำนักเรียน (พระเณร) จำนวน ๔๐๐ - ๕๐๐ รูป ไปเข้าฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานที่วัดป่าที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ตามโครงการพัฒนาและปลูกฝังคุณธรรมแก่นักเรียน และปีต่อ ๆ มา ได้เปลี่ยนสถานที่ฝึกอบรมไปแห่งใหม่ทุกปีติดต่อกันมาถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๑๕ ปี
๑๕.  พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานศูนย์ครูพระปริยัตินิเทศก์จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีพระกิตติญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดศรีนวล เป็นหัวหน้าศูนย์ ถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๘ ปี
๑๖.  พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นสถานที่อุปสมบทข้าราชการและประชาชนทั่วไป จำนวน ๙๙ คน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จย่าแห่งชาติ จัดโดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ
๑๗.  พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานสภาสงฆ์จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีเจ้าอาวาสวัดศรีนวล รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานสภาสงฆ์ ถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๕ ปี
๑๘.  พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นสถานที่จัดบรรพชาสามเณร (นักศึกษาระดับ ป.วช.,ป.วส.) จำนวน ๘๗ คน เพื่อเข้าฝึกอบรมให้เลิกการเสพสารเสพย์ติดต่างๆ จัดโดยกรมการศึกษานอกโรงเรียน ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในระหว่างพรรษา เป็นเวลา ๓ เดือน
๑๙.  พ.ศ. ๒๕๔๑ กองบัญชาการการศึกษาตำรวจแห่งชาติ โดยกองกำกับการโรงเรียนตำรวจภูธร ๔ ขอนแก่น ร่วมกับสาธุชนชาวขอนแก่น จัดพิธีอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจและนักเรียนพลตำรวจ จำนวน ๙๔ นาย
   - พ.ศ. ๒๕๔๒ กองกำกับการตำรวจภูธร ๔ นำตำรวจ จำนวน ๑๐๓ นาย อุปสมบทน้อมเกล้า ฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุพรรษาครบ ๗๒ พระนักษัตร
- พ.ศ. ๒๕๔๓ กองกำกั